Rest Stop 1&2 : ไฮเวย์มรณะ

posted on 24 Oct 2009 20:08 by filmsdigest  in Horror

 

ข้อมูลภาพยนต์ REST STOP 1 : DEAD AHEAD 2006
ข้อมูลภาพยนต์ REST STOP 2 : DON'T LOOK BACK 2008

REST STOP 1 : DEAD AHEAD 2006
เจสซี่และนิโคล คู่รักที่ออกเดินทางสู่ความฝันมุ่งหน้าสู่ Hollywood แต่ทว่า...กลับเป็นฝันร้ายเมื่อต้องผ่านไฮเวย์มรณะ เรื่องราวชวนสยองและสับสนเริ่มเกิดขึ้น ณ จุดแวะพักนิโคลเข้าห้องน้ำ เมื่อออกมาเจสซี่กลับหายตัวไป เธอรู้ว่าเจสซี่ต้องไม่ทิ้งเธอไว้แบบนี้ จึงเริ่มหาเหตุผลว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เธอเห็นว่ามีคนเขียนคำไว้มากมายบนบานประตูและผนังของห้องน้ำ โดยเฉพาะมีแต่คำว่า "KZL" และ "ฆาตกร" เธอออกไปนั่งที่โขดหินข้างหน้าจุดพักรถ และเห็นรถกระบะสีเหลืองเลขทะเบียน KZL กำลังจะขับมาพุ่งชนเธอ เธอเริ่มกลัวกับสิ่งที่รู้และเห็น คิดว่า คนขับรถนี้ต้องเป็นคนชั่วแน่ๆ ... หลังจากนั้นเธอต้องพบกับชะตากรรมสยดสยอง และจบลงบนถนนร้างสายนี้

REST STOP 2 : DON'T LOOK BACK 2008
หนึ่ง ปีหลังจากที่ฆาตกรบนถนนสายเปลี่ยวได้จัดการกับเจสซี่และนิโคล เวลานี้นักเดินทางหนุ่มสาวสามคนที่ไม่รู้ชะตากรรมของตนได้ออกตามหาคนคู่นั้น ที่หายสาบสูญไป แน่นอนว่าฆาตกรถนนร้างก็พร้อมที่จะเล่นงานเหยื่อกลุ่มใหม่ของมันอย่างหฤโหด ยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว

ประเด็นหลักของทั้ง สองเรื่องคือ
ฆาตกรที่ออกไล่ฆ่าคน ไม่ได้เป็นพวกโรคจิตตามแบบฉบับหนังสยองทั่วไปกับบทเรื่องที่ชวนงุนงงและสับสน คิดว่าหลายคนอาจดูแล้วจะงงๆ และไม่ชอบ เพราะฆาตกรในเรื่องคือ วิญญาณ ที่ปรากฎตัวมาในสภาพของมนุษย์ เริ่มจากกลุ่มครอบครัวคลั่งศาสนาที่มีลูกแฝดออกมาฆ่าคน และคนที่ถูกฆ่าก็เป็นวิญญาณกลับมาแก้แค้นฆ่าครอบครัวพวกนั้นตายไปทั้งหมดบ้าง หลังจากนั้นใครก็ตามที่เผลอหลงผ่านมาในไฮเวย์ร้างสายนี้ แล้วเห็นวิญญาณคนที่เคยถูกฆ่า และครอบครัวศาสนาพวกนี้ แสดงว่าเป็นคนบาปหนา พวกเขาจึงมาปรากฎให้เห็น ถือว่าชะตาขาด วิญญาณฆาตกรก็จะมาตามล่าเป็นรายต่อไป ดังนั้นในหนังทั้งสองภาค จึงมี วิญญาณของคนที่เคยถูกฆ่า และ วิญญาณที่ฆ่าคน ลองคิดดูสิหากคุณพลัดหลงเข้าไปแถมมีบาปหนาติดตัว จะเอาตัวรอดได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งที่กำลังเผชิญเป็นวิญญาณ (แค่คนโรคจิตก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว) แถมยังต้องตายสถานเดียวหากถูกเลือกให้มองเห็นแล้ว เป็น Plot เรื่องที่ดูน่าสนใจแต่หนังกลับถูกทำออกมาเป็นหนังแผ่น เกรด B ทั่วไป

 

ระดับความโหดสยองอยู่ในระดับปานกลางหากเทียบกับ The Hill have eyes และ Wrong Turn มีไล่ฟันไล่ล่าและแอบทรมานบ้างเล็กน้อยพอหวาดเสียว ดูได้เรื่อยๆ หนังไม่ได้ดีอะไรแต่ก็ไม่ถึงกับห่วยนะ ดูได้เพลินๆ


เอาไป  6/10

มหา'ลัย สยองขวัญ

posted on 24 Oct 2009 12:18 by filmsdigest  in Horror

ข้อมูลภาพยนต์  http://www.thaicinema.org/kits199mahalai.asp

ผมไม่เคยรู้หรืออ่านเรื่องพวกตำนานแบบนี้มาก่อน จนไม่นานก่อนที่จะมีข่าว เรื่อง มหาลัยสยองขวัญ ออกมา แต่ก็ไม่ได้รู้และทราบถึงรายละเอียดของตำนานพวกนี้ซักเท่าไหร่นัก ไปดูก็เพราะ ความที่มันเป็นหนังเรื่องนึงเสียมากกว่า หนังแบ่งออกเป็น 4 ตอน โดยให้ ตัวละครตัวหนึ่งเป็นผู้เล่าเรื่องราวแต่ละตอน เพื่อผูกเรื่องราวเหล่านั้นให้ไหลลื่นต่อเนื่องกัน แบบที่ตัวเองไม่ได้ไปมีบทบาทในแต่ละตอน เว้นแต่ตอนสุดท้าย

กับตอนที่ 1 เรื่องเล่า ศาลในห้องน้ำหญิง จาก สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ว่าด้วยเรื่องนศ.ค้ายา ที่ถูกพวก อันธพาลตามทวงยาที่ฮุบไว้ในสถาบัน
มันแสนสุดจะไร้เสน่ห์ของความเป็นหนังผี เลยจริงๆ เราแทบจะไม่ต้องลุ้นหรือเดาใน ใจเลย ก็ยังไม่ทันได้ลุ้น ตัวละครก็บอกซะแระ ที่นี่ มันมีผี แล้วววจะบอกทำไม ว่าผีมันจะโผล่มา แล้วจะเจอผีที่ตรงไหน แถมพี่ผีแกก็สนองตอบเล่นโผล่ ออกมาพรวดพราด แบบไร้ขอบเขต ไม่สนจังหวะและเวลา เซ็งเป็ดที่สุด แถม พวกผีกรี๊ดในโรงหนัง ก็ กรี๊ดบ้าบอ จนต้องไอพอดเปิดฟังเพลงกรอกหูแทน
เอาไป 2/10
ตอนที่ 2 เรื่องเล่า ลิฟท์แดง จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าว ถึงนกน้อย นศ.ปี1 คณะศิลปะศาสตร์ที่ถูกรุ่นพี่ไซโคเรื่องที่เธอเป็นหลานของทหารที่สั่งฆ่านศ. มธ. ในอดีต โดยรุ่นพี่ท้าให้เธอเข้าไปในลิฟท์แดงอันเป็นจุดนึงที่นศ.ถูกยิง
เรื่องนี้ เปิดเรื่องมาน่าสนใจดี มีปมขัดแย้งปูเรื่อง แต่มาตายด้านซะเฉยๆเอาตอนท้ายๆ ตำนานมันเป็นงี้จริงๆเหรอ มันจะดราม่าโรแมนติก รึ มันจะหลอน มันจะเอายังไงกันแน่ เป็นตอนที่อยากให้จบตอนเร็วๆมากที่สุด เพราะมันไม่ซึ้ง!!!
เอาไป 3/10
ตอนที่ 3 เรื่องเล่า ศพหาย จากมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงนศ. ทันตกรรม ที่อยู่เวรเฝ้าห้องดับจิต และต้องเผชิญเรื่องลี้ลับ เมื่อศพที่เฝ้าอยู่หายไป
ตอนนี้เป็นตอนที่ดูแล้ว รู้สึกมีส่วนร่วมไปกับหนังมากที่สุด จังหวะการเล่าลำดับเรื่องราวเจ๋งดี บรรยากาศหลอนและน่าสะพรึงใช้ได้ ชอบการแสดงของตัวละคร และกับการหักมุม ที่รู้สึกว่าตัวเองโดนหลอก
เอาไป 7/10
ตอนที่ 4 เรื่องเล่า ป๊อก... ป๊อก... ครืด... จาก มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วิญญาณเพื่อนสาวที่กลับมาหาเพื่อนในสภาพทรงตัวไม่ได้....
โหดนะตอนนี้ มันหนังฆาตกรรมโรคจิตชัดๆ ไม่รู้นะว่าตำนานเป็นอย่างไร หากที่มามันเป็นแบบนี้ จริงๆ สำหรับตอนนี้ ผมชอบนะ เหมือนเอาอะไรใกล้ตัว ใส่ลงไปในหนัง และมันก็สะท้อนความเป็นจริงที่น่ากลัว กับความเสื่อมของสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ชอบบทบาทของเป้ยในตอนนี้มากกว่าตอนเป็น สาวร่วมกตัญญูนั่น เพราะมันดูเป็นตัวเธอมากกว่า
เอาไป 7/10

เฉลี่ย ทั้งเรื่อง  4.75/10

Gutterballs!!! Heads Will Bowl Tonight

posted on 24 Oct 2009 11:52 by filmsdigest  in Horror

 

ข้อมูลภาพยนต์  http://www.imdb.com/title/tt1087853

Gutterballs 2008 Uncut Version
หนังพยายามสร้างบรรยากาศให้ออกไปในยุค 80's ผลงานของผู้กำกับและเขียนบทโดย Ryan Nicholson เป็นเรื่องของวัยรุ่น 2 กลุ่ม ที่เป็นคู่ปรับกัน และนัดกันแข่งโยน Bowl ว่ากลุ่มใดจะเจ๋งกว่ากัน แต่ในคืนก่อนการแข่งขัน วัยรุ่นกลุ่มที่นำโดย สตีฟ ได้พาพวกรุมข่มขืน ผู้หญิงซึ่งอยู่ในกลุ่มของฝ่ายตรงข้ามพวกเขา แถมยังใช้วิธีที่โหดร้ายบังคับให้เธอ ปิดปากไม่ให้บอกใคร ( ผมว่าน่าจะมีหลายคนที่ไม่อาจทนดูหนังเรื่องนี้จนจบ เมื่อเจอฉาก gang-rapes ยาวเกือบ 10 นาทีในเรื่องนี้ ) คืน ต่อมาเมื่อถึงวันแข่งขัน สองวัยรุ่นกลุ่มเผชิญหน้ากัน กลับโดนคนลึกลับสวม Bowling bag Mask เป็นหน้ากาก ย่อนามว่า BBK ไล่ฆ่าพวกเขาทีละคน จะเห็นว่า ภาพโปสเตอร์ทำล้อเลียน MANIAC หนังแสลชเชอร์ โรคจิตที่โด่งดังในแวดวงแห่งยุค 80 ด้วยนะ แสดงว่าทีมสร้างต้องโรคจิตมาแต่เด็ก
หนังเต็มไปด้วยฉากเลือดสาด พร้อมกับเซ็กซ์ บทสนทนาที่ต่ำ สถุล หยาบช้าหากคุณดูหนังเรื่องนี้ แบบ R-rate edition นั่นคือหนังถูกหั่นออกไป 15 นาที
ฉากโหดบางฉาก
เอาลูก Bowl Pin อัดทะลุคอหอย
เอามีดกรีดผ่ากาจุ๊ให้ดูออกเป็นจิ๊มิ แถมยังซูมเข้าไปชัดๆอีก -_-"
เอาลูก Bowl มาระเบิดกะโหลก
เอาลูก Bowl Pin ที่เกลาจนแหลมแทงทะลุประตูหลัง
เอาลูก Bowl Pin ตีกบาลเหมือนตีเสาเข็ม
จับกดใบหน้าใส่เครื่องขัดลูก Bowl
ยิงปืนลูกซองตัดหัวออกจากบ่า
แม้แต่รองเท้าสวมก่อนเข้าลาน Bowl ก็เป็นอุปกรณ์ในการฆ่าได้
แต่ ที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา กับ การถูกฆ่าตาย แบบ 69 นี่แหล่ะ ช่างสรรหาวิธีทำมาจริงๆ
และแน่นอน ทุกฉากเต็มไปด้วยเลือด หากคุณนับคำว่า F**ck ในเรื่องนี้ ดีไม่ดีอาจเกิน 1000 คำ

สิ่งที่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ การ Production ดูเหมือนจะเป็นหนังทุนต่ำ และน่าจะหานักแสดงที่ดูดี และเล่นได้ดีกว่านี้ แรงจูงใจในการไล่ฆ่า คนที่ไม่เกี่ยวข้อง น่าจะฟังดูน่าเชื่อมากกว่านี้กับการคลายปมในตอนท้าย

ผมคงไม่ Recommend เรื่องนี้ ให้กับทุกคนนะครับ เว้นเสียแต่ คุณเป็น Gore die-hard horror Fan จริงๆ

  

หากคุณที่ เคยดู Hostel แล้วทนดูไม่ได้
หากคุณ เกลียดฉากข่มขืนมากๆและรับไม่ได้กับฉากนี้
หากคุณอายุยังไม่ถึง 18

ก็ข้ามเรื่องนี้ไปได้เลย และเลิกคิดที่จะหาหนังเรื่องนี้มาดูไปเลยครับ

เอาไป  6/10

 ข้อมูลภาพยนต์ http://www.imdb.com/title/tt1247640

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจาก 13 District ในภาคแรก หลังจากนั้น 3 ปีต่อมา คำมั่นสัญญาของรัฐบาลฝรั่งเศสก็เป็นเพียงแค่ลมปาก 13 District ยังคงวุ่นวายเหมือนเดิม แก๊งส์ต่างๆยังคงแย่งกันเป็นใหญ่ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเอง รับสินบนจากเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ เป้าหมายการทำลายเขตนรก 13 ให้ราบคาบจึงเกิดขึ้น ร้อนถึงคู่หูคู่ฟัดเจ้าเก่า ที่ต้องกลับมาเป็นฮีโร่ ร่วมกับบรรดาแก๊งส์ขาใหญ่ทั้งหลาย เพื่อความอยู่รอดของ เขตนี้อีกครั้ง

หนังยังเต็มไปด้วยฉากแอคชั่นสุดมันส์เช่นเคย แต่ มันกลับไม่ระทึกใจเท่ากับภาคแรกไปเสียแล้ว อาจเป็นเพราะมันไม่มีอะไรใหม่ ทุกอย่างก็เดิมๆ เลโต้ ยังคงกระโดดสูงแบบจิงโจ้ ไปตามตึก ( แต่โดดไกลขึ้น สงสัยกระโดดบ่อย) นายตำรวจเดเมียน ก็ยังคงระห่ำหั่นแหลก เหมือนเดิม เลยดูเรื่องนี้แบบหลับๆ ตื่นๆ อ้าววว มันจบแล้วเหรอ
 
สรุป : ใครอยากดูฉากแอคชั่นมันส์ๆ เพลินๆ ก็ยังดูเอาสนุกได้นะ เพียงแต่ขาดอะไรใหม่ๆ ที่ทำใ้ห้น่าดูน่าสนใจจากภาคแรก

เอาไป 5/10 
เพราะทำเอาผมหลับ ทั้งที่ภาคแรกรู้สึกโครตมันส์

ข้อมูลภาพยนต์ http://www.imdb.com/title/tt1386963

 

หนังแรงๆ จากฮ่องกง เรื่องที่สองของผู้กำกับ Squd จากที่เคยฝากผลงานเรื่อง City Without Baseball ในปี 2008 (ยังไม่เคยดู) เมื่อดูหนังเรื่องนี้ นึกถึง เพื่อน..กูรักมึงว่ะ ขึ้นมาทันที เพียงแต่ Permanent residence ออกไปทางแรงกว่ามากๆ ย้ำว่ามากๆ เรื่อง ผู้ชายแก้ผ้า ถึงขนาดล่อนจ้อน เกือบจะทุก 3 นาที ในช่วง ชั่วโมงแรกของหนัง ก่อนจะออกดราม่าในชั่วโมงหลัง

หนังเล่าถึงชายเกย์ชื่อ Ivan ตั้งแต่ช่วงชีวิตที่เขายังเป็นเด็กจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต Ivan เกย์อัจฉริยะซึ่งดูเพียบพร้อมทั้งหน้าตาและความสามารถ แต่เขามักจะใช้เวลาครุ่นคิดถึงความรักและความตาย เขาต้องโศกเศร้าเสียใจไปกับการจากไปของคนรอบข้างทีละคนจนตลอดทั้งเรื่อง หนังเล่าตั้งแต่เขายังเป็นเด็กเล็กอาศัยอยู่กับอาม่าและน้องชายที่เมืองจีนในแผ่นดินใหญ่ ก่อนที่จะพรัดพรากจากอาม่าสู่เกาะฮ่องกงเพื่อเข้าเรียนหนังสือ และเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปหล่อ หุ่นซิกแพค หน้าที่การงานดี แต่ขาดเพื่อนสนิทรู้ใจ จนเขาได้รู้จักกับผู้ชายสองคน คนแรกเป็นหนุ่มอิสราเอลและเป็นเกย์ชื่อ Josh แถมสอนให้เขารู้จักเซ็กซ์เป็นครั้งแรก คนที่สอง Windson ชายแท้ ที่เขารู้จักกันในฟิตเนส ก่อนที่จะค่อยๆพัฒนาความสัมพันธ์กันคล้ายคู่รัก แต่ No sex Ivan ตกหลุมรัก Windson อย่างหมดใจ และสร้างความอึดอัดใจให้กับ Ivan เป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่เขาหักห้ามใจไม่อยู่คือแรงขับทางเพศ ที่อยากจะ ... Windson เหลือเกิน แต่เมื่อ Windson เป็นชายแท้ จนในที่สุดพวกเขาก็ต้องถึงจุดแตก หักกัน ก่อนที่จะกลับมาคืนดีกัน พรากจากกัน และกลับมาพบกันอีกครั้ง ดูเหมือน Ivan จะค้นหาที่ ที่เหมาะกับตัวเอง กับการย้ายที่อยู่ ตั้งแต่เมืองจีน มาสู่ ฮ่องกง เขามี Apartment ที่เป็นอิสระของตนเอง การมาเมืองไทยเพราะบาร์เกย์ ไป อิสราเอลเพื่อพบกับ Josh เกย์ที่หลงรักเขาหมดหัวใจ ไปเล่นน้ำใน ทะเลสาบ Dead Sea และ สุดท้าย ที่ ออสเตรเลีย ประเทศที่ ผู้ชายสามารถแต่งงานกันได้อย่าง ถูกกฎหมาย เขาได้พบกับ Windson ที่นี่อีกครั้ง ออสเตรเลีย ( แบบว่าโลกกลมมาก ๆมาเจอกันได้ ) และขอ Windson แต่งงาน แต่ Windson กลับเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองลงที่นี่
 
 
หนังเต็มไปด้วยฉากเปลือย (ย้ำว่าของผู้ชาย) ซึ่งแสดงลักษณะของตัวเอกที่
รักความอิสระ ความต้องการปลดปล่อย ไม่สนกับขนบธรรมเนียมเก่าๆ รู้สึกเศร้าไปกับตัวเอก Ivan ขณะที่ชีวิตเขาพบกับการสูญเสียคนที่เขารักและรู้จัก และแอบรู้สึกกดดันไปกับเขาเมื่ออยู่กับชายแท้ที่เขารักนอนเปลือยกายด้วยกัน แต่ไม่สามารถร่วมรักกันได้ สิ่งที่น่าขำก็คือ สุดท้ายแล้ว Ivan ซึ่งก่อนหน้าเป็นพนักงานบริษัทไอที กลับมาให้สัมภาษณ์เป็นผู้กำกับหนัง นั่นหมายถึง ผู้กำกับเอาตัวเองใส่ลงไปในหนังของเขาด้วย ก่อนจะมาพูดถึง Permanent Residence แถมยังมีบอกในตอนท้ายอีกนะว่า ยังจะมีผลงานต่อมาอีกสองเรื่อง คือ Amphetamine และ Life of an Artist เพื่อครบไตรภาค
(ว่าไปนั่น )
   

แต่ยังมีปัญหาและข้อสงสัยคคือ windson ที่หนังบอกว่าเป็นชายแท้ ในความเป็นจริง ชายแท้แบบนี้เป็นเพื่อนสนิทกับเกย์แบบนี้ มีจริงไหม?? หรือหนังสร้างเพื่อเอาอกเอาใจชาวเกย์ หรือตามใจผู้กำกับเอง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ดูๆมันล้นๆ กันไปซักหน่อย

ประโยคที่ Windson พูดปลอบ Ivan ว่า " Gay is a merit and everybody will become gay one day?" ทั้งที่เขาเป็นชายแท้!!!
เหมือนจะตอกย้ำความรู้สึกของคนดู คุณรู้สึกอย่างไร????

ตอนจบกับความแปลก ทะเยอทะยาน ในอนาคตข้างหน้า เช่นว่า เกย์ผิวสีเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในปี 2020
เป็นส่วนหนึ่งที่น่าสนใจของหนัง

สรุป : เนื้อเรื่องหนังแปลกน่าสนใจดี มีทั้งรัก เศร้า ผิดหวัง เสียสละ อดทน ต่อสู้กับความรู้สึก โป๊โครตๆ ไม่มีนมมีแต่ไข่ เพลงประกอบเพราะ แต่ ความสัมพันธ์ของตัวละคร เหมือนดูล้นๆ ประหลาดๆ บางเหตุการณ์ออกจะดูไร้เหตุผล

และที่นี่คือ แผ่นดินศักสิทธิ์ของชาวยิวในอิสราเอล ในปี 2046 ซึ่งศพที่ถูกฝังอยู่ ณ ที่ แห่งนี้ จะกลับฟื้นมีชีวิตหลังวันสิ้นโลก
 
 

 

เอาไป  7/10     [ภาพยนต์เรื่องนี้ห้ามผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีดู]